อินเวอร์เตอร์ (Inverter)

อินเวอร์เตอร์ (Inverter)

คือ เครื่องแปลงไฟ เป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้สำหรับแปลงไฟฟ้าแบบกระแสตรงDC ที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ มาเป็นไฟฟ้าแบบกระแสสลับAC 220V ที่นำมาใช้งานกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปภายในที่อยู่อาศัย

ในการระบบติดตั้งโซล่าเซลล์นั้น แต่ละระบบนั้นจะใช้อินเวอร์เตอร์คนละชนิดกัน ดังนั้นเมื่อต้องการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ควรทราบชนิดของอินเวอร์เตอร์แต่ละชนิดก่อน โดยส่วนใหญ่แล้ว ชนิดของอินเวอร์เตอร์ที่ติดตั้งในระบบออนกริดที่ติดตั้งตามบ้านเรือนนั้น จะเป็นชนิด String Solar Inverter หรือระบบออฟกริด จะใช้อินเวอร์เตอร์ชนิด Off Grid Solar Inverterเป็นต้น

ชนิดของอินเวอร์เตอร์ต่างๆ มีดังนี้
1.Central Solar Inverter

เป็นออนกริด อินเวอร์เตอร์ ขนาดใหญ่ ที่พบเจอในตลาดทั่วไปก็มีขนาดตั้งแต่ 100 kW. - 2,500 kW. ส่วนใหญ่จะใช้ ในโซล่าฟาร์ม หรือ PV Plant ขนาดใหญ่ที่มีการติดตั้งกำลังการผลิตเป็นหลายๆเมกกะวัตต์ สะดวกในการติดตั้งระบบใหญ่ๆ แต่อาจมีข้อเสียคือ หากตัวอินเวอร์เตอร์เสีย 1ตัวก็จะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งระบบลดลงอย่างมากเช่น PV Plant ขนาดกำลังการผลิต 10 MW โดยใช้ Central Solar Inverter ขนาด 1,000 kW จำนวน 10 set หากเสียไป 1 ตัว ก็ทำให้ประสิทธิภาพหายไปถึง 10% ซึ่งหากใช้อินเวอร์เตอร์ ที่ขนาดเล็กๆลง หากเสียไปสัก1 ตัว ประสิทธิภาพที่ลดลงจะไม่มาก

2. String Solar Inverter:

เป็นออนกริด อินเวอร์เตอร์ ขนาดเล็ก ตั้งแต่ 2 - 60 kW. ซึ่งเป็นอินเวอร์เตอร์ ที่นำมาติดตั้งใช้งานตามบ้าน สำนักงาน หรือโรงงาน ที่ส่วนใหญ่ติดตั้งบนหลังคา หรือดาดฟ้า เนื่องจากกำลังการผลิตและขนาดที่เหมาะสมในการติดตั้ง การต่อใช้งานก็โดยการที่นำ แผงโซล่าเซลล์ มาอนุกรม และหรือ ขนานกัน ให้ได้ค่าแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า หรือกำลังไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับที่ String Solar Inverter ต้องการ แล้วอินเวอร์เตอร์ก็แปลงไฟฟ้า DC จากแผง ให้เป็นไฟฟ้า AC แล้วขนานหรือเชื่อมต่อเข้ากับไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ ที่เมนเบรคเกอร์ หรือ MDB ของผู้ใช้งาน

3.Solar Inverter แบบมีPower Optimizer

เป็นออนกริด อินเวอร์เตอร์ ประเภทหนึ่งซึ่งมีพัฒนาการเพื่อทำให้ อินเวอร์เตอร์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยการเพิ่มอุปกรณ์ Power Optimizer ไปติดตั้งที่ใต้แผงโซล่าเซลล์ แต่ละแผง (บางรุ่น 1 Power Optimizer ต่อได้ 2 PV) เพื่อทำหน้าที่ในการปรับแต่งค่าแรงดันไฟฟ้า DC ที่มาจากแผงโซล่าเซลล์ให้เหมาะสมก่อน (DC to DC) แล้วจึงส่งต่อไปยัง Inverter เพื่อแปลงเป็น ไฟฟ้า AC นำไปใช้งานต่อไปหากบางแผงถูกบดบังแสง หรือเกิดเงา ถ้าเป็นแบบ String Solar Inverter ทั่วไปค่ากำลังไฟฟ้าที่ได้ก็ลดลงไปทั้ง String (อาจจะ10 - 20 แผงขึ้นอยู่กับขนาดของแผง ) แต่ถ้ามี Power Optimizerแล้วแต่ละแผงจะทำงานแยกเป็นอิสระ จึงทำให้ทุกแผงผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดในขณะนั้น ทำให้กำลังไฟฟ้าลดลงเฉพาะแผงที่มีเงาบังเท่านั้น

** มอนิเตอร์กำลังการผลิต หรือเหตุเสีย ได้เป็นรายแผง แต่หากเป็น String Solar Inverterก็จะดูได้เป็นรายString

** กรณีString Solar Inverter หากปิดระบบ หรือ Off Power ของ อินเวอร์เตอร์ ในเวลากลางวัน แผงโซล่าเซลล์ ก็ยังผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจมาแรงดันมากถึง 500-800 VDC ส่งต่อมายังอินเวอร์เตอร์ แต่หากเป็นSolar Inverter แบบมี Power Optimizer เมื่อปิดระบบฯ ก็จะปรับแรง ดันลงมาให้เหลือเพียง 1 โวลท์ เท่านั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้งาน

4. Solar MicroInverter

เป็นโซล่าอินเวอร์เตอร์ ที่มีทั้งแบบออนกริด หรือแบบออฟกริด โดยทางสถาปัตยกรรมก็คือ ทำตัวอินเวอร์เตอร์ให้เล็กลง แล้วไปติดตั้งที่ใต้แผงโซล่าเซลล์ โดยอาจจะต่อ โดยใช้ MicroInverter 1ตัว:1แผง , 1ตัว:2แผง หรือ 1ตัว:4แผง แล้วแต่ที่แต่ละยี่ห้อจะผลิตออกมาจำหน่าย ซึ่ง Output ที่ออกมาจาก MicroInverter เป็นไฟฟ้า AC ที่นำไปต่อใช้งานได้เลย ซึ่งอินเวอร์เตอร์ ประเภทนี้กำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ และมีหลายยี่ห้อที่แข่งขันกันปรับปรุงและพัฒนากันค่อนข้างมาก อันเนื่องจากผู้ใช้งานทั่วไปสามารถติดตั้งใช้งานได้เอง เคลื่อนย้ายได้สะดวก มีชุดติดตั้งแบบง่ายๆ จำนวนไม่กี่แผง อีกทั้งทำใช้งานเป็นระบบออฟกริดได้อีกด้วย

5. Off Grid Solar Inverter

เป็นโซล่า อินเวอร์เตอร์ แบบออฟกริด ซึ่งหมายถึงเป็นอินเวอร์เตอร์ที่แปลงไฟฟ้า DC จากแผงโซล่าเซลล์ ให้เป็นไฟฟ้า AC แล้วนำไปต่อใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องไปขนานหรือเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าฯ ซึ่งระบบออฟกริดนี้ ส่วนใหญ่ก็จะต้องมีระบบแบตเตอรี่และชาร์จเจอร์ มาต่อร่วมด้วยเพื่อทำหน้าที่เก็บสำรองพลังงานไฟฟ้าไว้ ตอนที่ไม่มีแสงแดด ซึ่งอินเวอร์เตอร์ประเภทนี้ก็เหมาะกับสถานที่ที่ไม่มีไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯเข้าถึง แต่ต้นทุนของระบบนี้ก็ยังมีข้อจำกัดที่แบตเตอรี่ในปัจจุบันยังมีราคาสูง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 2-5 ปี

6. Hybrid Solar Inverter

แบ่งได้เป็นแบบ ไฮบริด ออฟกริด และ ไฮบริดออนกริด

** ไฮบริด ออฟกริด ความหมายคือ อินเวอร์เตอร์ รับไฟ ได้จากหลายแหล่ง เช่น ไฟจากแผงโซล่าเซลล์ ไฟจากการไฟฟ้า ไฟจากเครื่องปั่นไฟ เป็นต้น แล้วในระบบก็มีแบตเตอรี่ เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วย ไว้สำรองกรณีไม่มีแสงแดด โดยสามารถตั้งค่าให้รับไฟจากแหล่งใดก่อก็ได้ เช่นเวลากลางวัน ก็ใช้ไฟจากแผงโซล่าเซลล์ พอกลางคืนใช้ไฟจากแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่ไฟหมด ก็ให้ใช้ไฟจากการไฟฟ้าฯ สำหรับความหมายของออฟกริด คือในตอนกลางวัน ถ้าไฟจากแผงโซล่าเซลล์ ผลิตมามากเกินกว่าที่ใช้งาน ก็จะไม่เชื่อมต่อหรือไม่ขนานหรือไม่ไหลย้อนกลับไปยัง ระบบจำหน่ายไฟของการไฟฟ้าฯ

** ไฮบริด ออนกริด เหมือนกับ ไฮบริด ออฟกริด ทุกอย่างยกเว้นถ้าไฟเหลือจากแผงโซล่าเซลล์ จะขนานหรือเชื่อมต่อหรือไหลย้อนกลับเข้าสู่ระบบจำหน่ายไฟของการไฟฟ้าฯ ส่วนมากอินเวอร์เตอร์ชนิดนี้ จะเน้นการขายไฟให้กับการไฟฟ้าฯ มากกว่า

October 01, 2021 / by admin

แบตเตอรี่ Battery

แบตเตอรี่ Battery

แบตเตอรี่ หมายถึง ตัวที่เก็บสะสมพลังงานไฟฟ้า เมื่อนำแบตเตอรี่ไปใช้งานกระแสที่ปล่อยออกมาเป็นแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงถ้าต้องการให้การเป็นแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับที่ใช้อยู่ตามที่อยู่อาศัยต้องอินเวอร์เตอร์ในการแปลงแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสสลับ และในปัจจุบันนี้แบตเตอรี่เป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำหลายสิ่งๆอย่าง อยู่ในรถยนต์ เก็บสำรองไฟฟ้า และอื่นๆ เพราะฉะนั้นจึงมีการพัฒนาแบตเตอรี่ขึ้นเรื่อยๆ แบตเตอรี่โซล่าเซลล์ มี 4 ชนิด ได้แก่

1. ชนิดน้ำ (Flood)

คือ แบตฯ ที่ใช้กันทั่วไป ที่คุ้นๆ กันคือแบตเตอรี่รถยนต์ ที่ต้องเติมน้ำกลั่น ราคาถูก เมื่อสมัยที่โซล่าเซลล์ พึ่งเข้ามาใหม่ๆ ได้ใช้แบตฯ น้ำ สามารถทำให้ระบบทำงานได้ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เพราะเนื่องจากแบตเตอรี่ต้องเติมน้ำกลั่นทุกสัปดาห์ ทำให้เวลาที่ติดตั้งแล้วการที่จะเติมน้ำกลั่นที่เสาไฟถนนโซล่าเซลล์เป็นเรื่องที่ยาก ยิ่งจำนวนเสาไฟถนนโซล่าเซลล์เยอะ ยิ่งมีความลำ บากไปอีก

2. ชนิดเจล (Gel)

คือ แบตเตอรี่ที่เป็นระบบปิด ไม่มีการถ่ายเทอากาศ และไม่ต้องการการดูแลหรือการเติมน้ำกลั่น ทำให้ช่วงนึงมีการใช้กันมากขึ้น ตามทฤษฎี เพื่อลดปัญหาการรั่วไหลของน้ำกลั่นออกจากแบตเตอรี่ ทำให้มีข้อเสียในเรื่องของการใช้งานที่ไม่อาจเทียบได้กับแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว (Lead) แต่จากการทดสอบประสิทธิภาพแล้วก็พอๆกับแบตเตอรี่แบบตะกั่ว และราคายังถูกกว่าอีกด้วย

3. ชนิดตะกั่ว (Lead)

คือ แบตเตอรี่ที่เป็นระบบปิดเหมือนกับแบตเตอรี่เจล (Gel) รู้จักกันในชื่อ แบตเตอรี่กรดตะกั่ว,ตะกั่วกรด (Lead acid) ที่ตอนนี้ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีความทดทานสูง การดูแลรักษาทำได้งาน เนื่องจากแบตเตอรี่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นแล้ว หากซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งานต้องอัดประจุแบตเตอรี่ซ้ำทุก 3 เดือนทำให้สามารถเก็บแบตเตอรี่ไว้ได้นาน

4. ชนิดลิเธียม (Lithium)

คือ แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แบ่งเป็น 2 แบบ (จริงๆแล้วแบตเตอรี่ลิเธียมมีหลายแบบ แต่ที่ใช้หลักๆ มี 2 แบบ)

1.แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery)

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) เป็นแบตเตอรี่ที่ค่าการจ่ายไฟที่แรง และคงที่ มีระยะเวลาการชาร์จประจุไฟจนเต็มได้ไวกว่า ราคาก็แพงกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่นเช่นกัน

2.แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate)(LiFePO4)

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate)(LiFePO4) เป็นแบตเตอรี่ที่พัฒนามาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ทนต่อความร้อนที่เกิดจากปฎิกริยาเคมี ซึ่งสามารถให้พลังงานที่สูงกว่า ไม่เป็นพิษ มีอายุการใช้งานที่มากกว่าแบตเตอรี่รุ่นเก่า มีราคาที่สูง

October 01, 2021 / by admin

Dealers Workshops